กลวิธีการตั้งชื่อขนมไทย

posted on 19 Feb 2008 00:19 by specialtopic

กลวิธีการตั้งชื่อขนมไทย

นาวสาวศศิวิมล      แดงมูล

รหัสประจำตัวนักศึกษา 4801455

                ขนมไทย เป็นอาหารว่างของไทยที่สืบทอดความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตน มาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งผู้ทำต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจ ความตั้งอกตั้งใจ ผสานกับจินตนาการและฝีมืออันวิจิตรในการประดิดประดอย เพื่อให้ขนมไทยแต่ละชนิดออกมามีหน้าตาสวยสด รสชาติอร่อยล้ำ แถมยังมีกลิ่นหอมอันเย้ายวน โดยใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ใกล้ๆ ตัว และไม่ละเลยในเรื่องของการตั้งชื่อให้ไพเราะและเป็นมงคล นับเป็นศิลปะชิ้นเอก และภูมิปัญญาของบรรพบุรุษยากที่จะลืมเลือน

                ด้วยความที่คนไทยเรานั้นเป็นคนช่างประดิดประดอยแต่ไหนแต่ไรมา ไม่ว่าจะลงมือกระทำการใดก็จะใส่ความรัก ความตั้งใจ และความริเริ่ม สร้างสรรค์ลงไปด้วยเสมอ ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตกับประเพณี วัฒนธรรม อันดีงามของชาติ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของอาหารการกิน

ขนมไทย เป็นศาสตร์และศิลป์อันเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นชาติได้อย่างชัดเจน เพราะต้องอาศัยความวิจิตรและความละเอียดอ่อนในการทำทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบ และการเลือกใช้วัสดุที่มีอยู่ตามธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์ อาทิ ใบตอง ใบเตย ใบตาล รวมทั้งดอกไม้นานาชนิด ที่จะมาเพิ่มเสน่ห์ให้กับสีสันความสวยงาม และ รสชาติที่หวานล้ำ ทำให้ขนมไทยนั้นสวยทั้งรูป และเลิศล้ำทั้งรสชาติ รวมไปถึงกลิ่นหอมล้ำเย้ายวนอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ

นอกจากนี้ขนมไทย ยังเป็นสื่อกลางแห่งความสุข ความหวานชื่นอีกด้วย เพราะการจะลงมือทำขนมให้สำเร็จมีรสชาติ และรูปร่างน่ารับประทานอย่างที่เห็นนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจ และความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการขูด การเคี่ยว การต้ม การนึ่ง การชุบ การเชื่อม การปิ้ง การอบควันเทียน การแกะสลัก การเพิ่มสีสัน และการเพิ่มกลิ่นหอม เป็นต้น โดยเฉพาะ เมื่อถึงเทศกาลงานบุญทุกคนก็จะได้ร่วมมือร่วมใจลงมือทำสำรับคาวหวานเพื่อเป็นการทำบุญเลี้ยงพระ รวมทั้งแจกจ่ายเพื่อนบ้านที่มาร่วมงานบุญ และงานนี้เองที่แม่ครัวฝีมือเอกในขนมหวานแต่ละประเภทก็จะได้แสดงเสน่ห์ปลายจวักให้ทุกคนที่มาร่วมงานบุญวันนั้นได้ประจักษ์แก่สายตา สร้างความภูมิใจให้ตนเองและลูกหลานที่จะได้สืบสานฝีไม้ลายมือในการทำขนมไทยต่อไป

                หากสังเกตให้ดีการตั้งชื่อที่ไพเราะเสนาะหูนั้น ยังเป็นมงคลต่อผู้ที่ได้รับประทานอีกด้วย เช่น ขนมทองเอก เพื่อให้ชีวิตนั้นได้เป็นเอกหรือเป็น ที่หนึ่ง ขนมชั้น จะทำให้ได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง เม็ดขนุน ที่จะช่วยหนุนนำให้ชีวิตมีความสุขความเจริญ ทองหยิบ ทองหยอด ทองพลู ทองโปร่ง ทองม้วน เป็นขนมมงคลที่เชื่อกันว่าจะมีเงินทองใช้อย่างล้นเหลือไม่รู้จักหมดสิ้น ขนมชั้น โบราณถือเป็นขนมสำหรับใช้ในพิธีมงคล และจะต้องหยอดขนมให้ได้ ๙ ชั้น หรือมากกว่านั้นก็จะเป็นสิริมงคลเจริญก้าวหน้า ขนมฝอยทอง ขนมไทยที่นิยมใช้ ในงานมงคลสมรส ยิ่งเส้นของขนมฝอยทองยาวเท่าไหร่ คู่บ่าวสาวก็จะครองรักกันยืนยาวเท่านั้น และ ขนมถ้วยฟู หรือ ขนมปุยฝ้าย มีความหมายว่าความรุ่งเรืองความเฟื่องฟูของชีวิต เหมือนกับ ขนมตาล ที่ต้องฟูฟ่อง

                ในที่นี้จะกล่าวถึงกลวิธีการตั้งชื่อขนมไทยเฉพาะที่ปรากฏในหนังสือขนมเด็กในอดีต (ทวี  วัดงาม : 2540) และขนมแม่เอ๊ย (ส. พลายน้อย : 2527) จำนวน 15 ชื่อดังนี้

                1. กระยาสารท

                                ใช้กระบวนการโยงในการตั้งชื่อขนม โดยโยงเข้ากับคำว่า กระยา ซึ่งเป็นคำที่อยู่ในหมวด อาหาร จากเดิมที่หมายถึงของกินทั่วไป กลายเป็นคำที่มีความหมายแคบเข้า หมายถึงขนมที่ทำด้วย ข้าวตอก ถั่ว งา ข้าวเม่า น้ำนมวัว และน้ำผึ้ง เท่านั้น และโยงเข้ากับเทศกาลที่ใช้ขนมในการทำบุญคือ สารทเดือนสิบ

                2. ขนมกง

                                ใช้กระบวนการเปรียบในการตั้งชื่อขนม โดยดูจากลักษณะของขนมที่มีรูปร่างเป็นวงเหมือนกับกงของล้อรถหรือล้อเกวียน

                3. ขนมต้มขาว

                                ใช้กระบวนการโยงในการตั้งชื่อขนม โดยโยงเข้ากับกระบวนการในการทำขนมคือ การต้ม และขนมนี้มีลักษณะเป็นสีขาว

                4. ขนมต้มแดง

                                ใช้กระบวนการโยงในการตั้งชื่อขนม โดยโยงเข้ากับ กระบวนการในการทำขนมคือ การต้ม และขนมนี้มีลักษณะเป็นสีแดง

                5. ขนมพอง

                                ใช้กระบวนการโยงในการตั้งชื่อขนม โดยโยงเข้ากับวัตถุดิบที่ใช้ในการทำขนมคือ แป้งและกะทิ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของขนม  และลักษณะรูปร่างของขนมนี้ เมื่อนำมาทอดแล้วจะมีลักษณะพองกว่าเดิม

                6. ขนมลา

                                ใช้กระบวนการโยงในการตั้งชื่อขนม โดยโยงเข้ากับอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำขนมคือ กะลา และวัตถุประสงค์ที่ใช้ขนมนี้เพื่อทำบุญให้คนตาย ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่ลาจากเราไป

                7. ข้าวเกรียบว่าว

                                ใช้กระบวนการเปรียบและกระบวนการโยงในการตั้งชื่อขนม โดยดูจากลักษณะรูปร่างของขนมนี้ ที่มีลักษณะเป็นแผ่นบางและใหญ่เหมือนกับว่าว และโยงเข้ากับวัตถุดิบที่ใช้ในการทำคือ ข้าว ซึ่งเป็นส่วนประกอบของข้าวเกรียบ

                8. ข้าวต้มมัด

                                ใช้กระบวนการโยงในการตั้งชื่อขนม โดยโยงเข้ากับวัตถุดิบที่ใช้ในการทำขนมคือ ข้าว กระบวนการในการทำขนมคือ การต้ม และวิธีการในการทำคือ การมัด

                9. ข้าวตัง

                                ใช้กระบวนการโยงในการตั้งชื่อขนม โดยโยงเข้ากับวัตถุดิบที่ใช้ในการทำขนมคือ ข้าว และลักษณะรูปร่างของขนมนี้ มีลักษณะติดกันแน่นเป็นตัง

                10. ข้าวพอง

                                ใช้กระบวนการโยงในการตั้งชื่อขนม โดยโยงเข้ากับวัตถุดิบที่ใช้ในการทำขนมคือ ข้าว และลักษณะรูปร่างของขนม ที่มีลักษณะพองจากเดิมเมื่อผ่านความร้อน ซึ่งก็คือกระบวนการทำให้สุก

               

 

11. ข้าวเหนียวปิ้ง

                                ใช้กระบวนการโยงในการตั้งชื่อขนม โดยโยงเข้ากับวัตถุดิบที่ใช้ในการทำขนมคือ ข้าวเหนียว และกระบวนการในการทำขนมคือ การปิ้ง

                12. แป้งจี่

                                ใช้กระบวนการโยงในการตั้งชื่อขนม โดยโยงเข้ากับวัตถุดิบที่ใช้ในการทำขนมคือ แป้ง และกระบวนการในการทำขนมคือ การการผ่านความร้อนโดยวิธีการจี่

                13. มะพร้าวแก้ว

                                ใช้กระบวนการโยงและกระบวนการเปรียบในการตั้งชื่อขนม โดยโยงเข้ากับวัตถุดิบที่ใช้ในการทำขนมคือ มะพร้าว และเปรียบลักษณะรูปร่างของขนมนี้ที่มีลักษณะใสเหมือนกับแก้ว

                14. ลอดช่องสิงคโปร์

                                ใช้กระบวนการโยงในการตั้งชื่อขนม โดยโยงเข้ากับวิธีการทำขนมคือ การนำแป้งลอดผ่านช่องให้เป็นเส้น และสถานที่ขายขนมนี้แห่งแรกคือ หน้าโรงภาพยนตร์สิงคโปร์

                15. สายไหม

                                ใช้กระบวนการเปรียบในการตั้งชื่อขนม โดยดูจากการที่น้ำตาลเมื่อโดนความร้อนแล้วจะละลายทะลักออกมาเป็นสายใย เหมือน สายไหม

                จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะเห็นได้ว่ากลวิธีการตั้งชื่อขนมไทยนั้น มีทั้งการใช้กระบวนการเปรียบและกระบวนการโยง อีกทั้งสิ่งที่ใช้ในการตั้งชื่อก็มีหลายอย่างแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นการตั้งชื่อจากลักษณะรูปร่างและสีของขนมเอง หรือจากวัตถุดิบ อุปกรณ์ที่ใช้ ฯลฯ ทำให้ทราบได้ว่าการตั้งชื่อขนมของคนไทยนั้นเป็นไปในลักษณะที่เรียบง่าย โดยนำสิ่งที่ใกล้ตัว หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับขนมมาตั้งชื่อ ทำให้เกิดชื่อขนมที่หลากหลายไม่ซ้ำกัน อีกทั้งเมื่อพูดชื่อขนมขึ้นมาทีไรก็พลอยทำให้นึกหน้าตาของขนมออกมาด้วยทุก

Comment

Comment:

Tweet

question

#4 By (222.123.103.4) on 2009-09-26 11:54

i really love it- would it be okay if i would ask some more info. about this topic from you.Please contact minkbost@hotmail.combig smile

#3 By mink (124.120.165.183) on 2009-08-21 00:22

ชอบมากเลยค่ะเกี่ยวกับขนมไทยชอบกินด้วยนะค่ะเราควรจะอนุรักษ์ขนมไทยเอาไว้นะค่ะbig smile open-mounthed smile big smile big smile big smile big smile big smile

#2 By อ้อ (124.121.181.198) on 2009-06-23 12:21

#1 By (125.26.51.37) on 2008-10-09 16:05