วิเคราะห์ความหมายและที่มาของการตั้งฉายาดารา

 

                                                                                                                    ธันยธร  ไชยมี        

                                                                                                                             รหัส 4801439

 

                ภาษาไทย นับว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่แสดงถึงความเป็นไทย เป็นชาติไทย ภาษาไทยโดยเฉพาะด้านภาษาเขียนปัจจุบันมีความหลากหลายในด้านการใช้คำซึ่งแต่ละคำนั้นก็มีทั้งคำไทยแท้ๆ และคำยืมต่างประเทศมาใช้กันอยู่มากมาย ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า ความทันสมัยในด้านต่างๆได้เข้ามามีบทบาทกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน เช่น ด้านเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ การรับข้อมูลข่าวสารของต่างประเทศ ดังนั้นเราจึงรับวัฒนธรรมของชาวต่างชาติเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันมากมาย มากไปกว่านั้นยังแทรกซึมเข้าไปถึงจุดเล็กๆได้เช่น การพูด และการเขียนของคนในสังคมไทย

                ข้อความข้างต้นเราจะเห็นว่า การพูด และการเขียนของไทยที่ได้รับอิทธิพลจากต่างชาติมาคือ การตั้งฉายานาม คือในอดีตนั้นสังคมไทยไม่ได้มีการตั้งฉายานามดาราอย่างในปัจจุบันเพราะว่าคนไทยเราถือว่าการตั้งฉายานามให้ผู้อื่นนั้นถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัวของผู้อื่น เป็นการกระทำที่ไม่ดีไม่เหมาะสม เพราะเราไม่อาจจะรับรู้ว่า คนที่เราตั้งฉายาให้นั้นเขาพอใจหรือเห็นชอบด้วยหรือเปล่า ดังนั้นการตั้งฉายานามในสังคมไทยเราปัจจุบันนี้เราได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมต่างชาตินั่นเอง

                จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ผู้เขียนจึงได้ศึกษาและรวบรวมฉายานามดาราเป็นจำนวนหนึ่งซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้มาจากในอินเทอร์เน็ต และจากหนังสือพิมพ์ โดยฉายาดาราที่ได้มานั้นเป็นฉายาดาราประจำปี ๒๕๔๙ และ ๒๕๕๐ ซึ่งทางสมาคมนักข่าวและสื่อมวลชนไทยได้รวมกันแต่งตั้งฉายาดารานี้ขึ้นมา ทางผู้เขียนได้คัดเลือกเพียง๑๔ฉายาจาก๒๐ฉายา โดยทั้งนี้ เราจะนำมาวิเคราะห์ดู ความหมาย และ ที่มาของฉายาดารานั้นๆ

                ฉายาดาราที่รวบรวมมาเกือบทั้งหมดเป็นฉายาที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเปรียบเป็นส่วนใหญ่ และมีเพียงไม่กี่ฉายานั้นที่เป็นกระบวนการโยง ซึ่งกระบวนการเปรียบ(Metaphor)นั้น จะอธิบายว่า การนำเป้าหมายไปพิจารณาเปรียบกับอีกสิ่งหนึ่ง เพราะเห็นลักษณะที่เป้าหมายเหมือนกับแบบเปรียบแล้วจึงนำรูปคำของแบบเปรียบมาใช้เรียกเป้าหมายด้วย เช่นเมื่อมีการนำ แอน ทองประสมไปพิจารณาเปรียบกับคนที่ดีพร้อม งดงามที่เรียกว่าเจ้าหญิงเพราะเห็นลักษณะที่เหมือนกันคือ สวย งดงามและพฤติกรรมดี จึงนำรูปคำ ว่าเจ้าหญิงมาใช้เรียกแอน ทองประสม(เจ้าหญิงตัวจริง) หรือ บุคคลที่ดี สวยงดงามเช่นนี้เป็นต้น  ส่วนกระบวนการโยง(Metonymy)นั้นจะอธิบายได้ว่าการนำสิ่งใดนั้นที่เรียกว่าเป้าหมายไปพิจารณาโยงความสัมพันธ์กับอีกสิ่งหนึ่ง ซึ่งในที่นี้จะเรียกว่าคู่โยง เพราะเห็นความสัมพันธ์ที่เป้าหมายมีต่อคู่โยง แล้วจำนำรูปคำของคู่โยงมาใช้เรียกเป้าหมายด้วยเช่นถ้าเราพูดถึงกระแต ศุกภักษรเราจะนึกถึงรูปร่าง หรือ ลักษณะที่เด่นของเขา คือ หน้าอก สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผู้คนอื่นๆมักจะคิดควบคู่กันไปเสมอ(เต้ามหาเสน่ห์)

                และผลการศึกษาพบว่าการวิเคราะห์ความหมายและที่มาของการตั้งฉายานามดารานั้น ได้มาจากแหล่งที่มาของข้อมูลทางด้าน พฤติกรรม และรูปลักษณ์ของดาราแต่ละคนโดยพฤติกรรมและรูปลักษณ์นั้นๆโดดเด่นขึ้นมาประจักษ์ต่อสายตาประชาชน ซึ่งมีทั้งส่วนที่ดี และ ไม่ดี ปะปนกันไป แต่สำหรับฉายาดาราที่ได้นำมาตั้งนั้น ส่วนใหญ่จะได้มาจากข้อมูลด้านพฤติกรรมส่วนที่ไม่ดีของดาราซึ่งจัดอยู่ในเรื่องของความรัก จะเป็นความรักที่ผิดจรรยาธรรมคือการมีคนรักมากกว่าหนึ่งคนซึ่งจะส่งผลกระทบกับคนรอบข้างให้เดือดร้อน  แต่ในด้านพฤติกรรมนี้ก็ใช่ว่าจะมีแต่ส่วนที่ไม่ดียังมีการตั้งฉายาดาราจากพฤติกรรมส่วนที่ดี และ กลาง อยู่ด้วย ส่วนในด้านรูปลักษณ์จะเป็นรูปลักษณ์ที่โดดเด่น และ ดีนั้นก็ได้นำมาตั้งเป็นฉายาดาราเช่นเดียวกัน ดังจะเห็นได้จากภาคผนวก

                และหากเราพิจารณากระบวนการที่ใช้ในการตั้งฉายาดารานั้นพบว่ามีอยู่ ๒กระบวนการคือ ๑.กระบวนการเปรียบที่มีอยู่ ๘ ฉายาได้แก่ เมียมืออาชีพ ,คุณป้าแอ๊บแบ๊ว,  ผู้จัดพจมาน,  ซาตานหน้าหยก,  คาสโนว่าฆ่าไม่ตาย,  พระเอกบนหิ้ง,  เจ้าหญิงตัวจริง และ  ชายในฝัน   ๒.กระบวนการโยงที่มีอยู่๖ ฉายาได้แก่ คุณป้าแอ๊บแบ๊ว (กรณีพิเศษ เพราะเป็นการตั้งฉายาที่มีทั้งกระบวนการเปรียบ+กระบวนการโยง), ลิ้นเลี่ยมทอง,  หลงฟองเบียร์,  เข็มแทงใจ,  ร้อยเล่มเกวียน,  พ่อม่ายเลือดเดือด และ  เต้ามหาเสน่ห์ ซึ่งกระบวนการเปรียบนั้นมีการนำมาใช้ในการตั้งฉายามากที่สุด

                เราจะพบว่าการตั้งฉายานามดารานั้นในปัจจุบันนั้นถือว่าเป็นการกระทำที่เริ่มมีกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น แต่แต่ละฉายาได้มาจากข้อมูลในด้านที่ไม่ดีเป็นส่วนใหญ่และการที่เราแต่งตั้งฉายานามให้กับเขานี้ต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าตัวแล้ว ดังนั้นเราอาจจะถือว่าเป็นการตั้งฉายาโดยละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น ถือว่าผิดกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตามแต่ในการตั้งฉายาให้กับบุคคลอื่นๆ ควรจะตั้งจากข้อมูลพื้นฐานที่ดี และเด่นๆเป็นส่วนใหญ่ เพื่อจะได้ส่งเสริมและจรรโลงพัฒนาความรู้ตัวเอง โดยใช้กระบวนการเปรียบหรือกระบวนการโยงก็ดูจากข้อมูลของแต่ละคนเพื่อความเหมาะสม

          จากการศึกษาดังกล่าวทำให้เราได้รับความรู้เพิ่มเติมในเรื่องของการตั้งฉายานามดาราว่าที่มาของแต่ละฉายานั้นได้มาจากแหล่งใดซึ่งหลายๆคนอาจจะมองข้าม หรือ คิดไม่ถึง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการสร้างฉายานาม หรือ  การสร้างคำอื่นๆ นั้น มีวิธีการและกระบวนการที่ละเอียดและซับซ้อนมาก

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

ผมว่าความคิดดีครับopen-mounthed smile

#1 By Tour (118.172.95.221) on 2008-11-05 23:44

ดึจ้า อย่าลืมโทรกลับนะ

#2 By นพรัตน์ (202.28.27.3) on 2009-06-07 02:52

ดึจ้า อย่าลืมโทรกลับนะ

#3 By นพรัตน์ (202.28.27.3) on 2009-06-07 02:53